ของดีเมืองยะลา

หน้า 1

 

กล้วยหิน มีมากเขตตำบลบาเจาะ   อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา นอกจากผลของกล้วยหินใช้ทำเป็นอาหารหวานคาวที่มีรสชาติอร่อยแล้วส่วนต่าง ๆ จากรากถึงใบมีประโยชน์มากมายเช่น
1. ราก นำมาต้มดื่มแก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้ผื่นคัน สมานภายใน
2. หยวกกล้วยเป็นอาหารที่ใช้ล้างทางเดินอาหาร หากนำมาเผาไฟรับประทานขับพยาธิ ส่วนน้ำคั้น จากต้น ใช้ทาป้องกันผมร่วง และทำให้ผมขึ้น
3. ใบตองปิ้งไฟปิดแผลจากไฟไหม้ ต้มอาบแก้เม็ดผื่นคัน น้ำจากก้านใบใช้เป็นยาผาดสมาน รักษาโรคท้องเสีย แก้บิด
4. ผลดิบ ใช้เป็นยาฝาดสมาน แป้งกล้วยดิบใช้โรยแผลเรื้อรัง แผลเน่าเปื้อย แผลติดเชื้อต่างๆ แก้อาการอาหารไม่ย่อย ท้องขึ้นมีกรดมาก ส่วนผลสุกใช้เป็นยาระบาย
5. หัวปลี จิ้มน้ำพริกช่วยแก้โรคกระเพาะอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวาน

ปลาส้มคอกช้าง ทำ มาจากปลาสด มีส่วนประกอบที่สำคัญ เช่น ปลาสด ขาวคั่ว หมักไว้ประมาณ 1-2 อาทิตย์ จึงรับประทานได้ ซึ่งมีรสชาติอร่อย เป็นสินค้า OTOP ที่ได้รับรางวัลอย่างมากมายในเรื่องคุณภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

 

ส้มโชกุน ส้มโชกุนเป็นส้มเขียวหวานชนิดหนึ่งที่เกิดจากการผสมพันธุ์ ระหว่างส้มบางมดกับส้มจีนบิทก้า ซึ่งมีคุณลักษณะผิดแปลกไปจากส้มเขียวหวานทั่วไปมีแหล่งกำเหนิด ที่จังหวัดยะลาเป็นส้มที่มีรสชาดดีมีลักษณะเด่นหลายประการคือ
ผลใหญ่ ผิวสีเขียวออกเหลือง เปลือกผลสุกมีกลิ่นฉุน สีเนื้อมีสีส้มเข้ม เปลือกล่อนปอกง่าย รสหวานอมเปรี้ยว ลิ่นหอม ไม่มีกาก   ข้อมูล www.gotoknow.org

 

 

 

หน้า 2

 

ไก่เบตง เป็นไก่พันธุ์ เนื้อพื้นเมืองที่นำพันธุ์มาจากประเทศจีนที่เรียกว่าไก่กวางไส ซึ่งเป็นไก่ที่มีต้นกำเนิดมาจากไก่พันธุ์แลนซาน ไก่เบตงถือว่าเป็นไก่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไกเบตงมีเนื้อเหลือง มีความนุ่มลิ้น หนังเคี้ยวกรุบ และที่สำคัญจะมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ชวนรับประทานเป็นอย่างมาก

กบภูเขาเบตง เป็นกบที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ในป่าเบญจพรรณที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีขนาดใหญ่กว่ากบทั่วไป ขนาดของน้ำหนักอยู่ที่ 0.5-1.0 กิโลกรัมต่อตัว ชาวเบตงนิยมนำกบเบตงมาผัด หรือทอดกระเทียมพริกไทย หรืออาจจะใช้เนื้อกบแทนเนื้อหมูใส่ในโจ๊ก หรือที่เรียกว่าโจ๊กกบ ส่วนรสชาตินั้น บอกได้คำเดียวว่า ถ้าท่านได้ลิ้มลองจะต้องติดใจ

ผักน้ำ (Water  Gress)    เป็นพืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่นที่ปลูกอยู่ในอำเภอเบตงมาช้านาน นานพอ ๆ  กับสมัยการอพยพของชาวจีนเข้ามาสู่ประเทศไทย เป็นผักที่ปลูกในน้ำ  ลำต้นเลื้อยคล้ายผักบุ้งสรรพคุณ และวิธีการบริโภค สรรพคุณแก้ร้อนในและลดความดันโลหิตสูง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างประเภทแกงจืด เช่นผักน้ำต้มกระดูกหมู ต้มไก่ ประเภทผัด เช่นผักน้ำทรงเครื่อง ผักน้ำมันหอย ลวกจิ้มและสลัดผัก...ตามแต่ต้องการ

 

 

หน้า 3

 

ลองกอง เป็นลางสาดพันธุ์หนึ่งชนิดที่เปลือกหนาและยางน้อย โดยลางสาดเป็นไม้ต้นชนิด Lansium domesticum Corrêa ในวงศ์ Meliaceae ผลกลม ๆ ออกเป็นพวง กินได้ เม็ดในขม
ลางสาด นั้นเชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากบริเวณหมู่เกาะมลายู อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และภาคใต้ของไทย มีหลายชื่อ อาทิ ลังสาด, ดูกู โดยชื่อ "ลางสาด" หรือ "ลังสาด" นั้นมาจากภาษามาเลย์ว่า "langsat", ชื่อ "ดูกู" มาจากภาษาอินโดนีเซียว่า "duku" และชื่อ "ลองกอง" มาจากภาษายาวีว่า "ดอกอง"
หมี่เบตง เป็นอาหารขึ้นชื่อของเบตง มีคุณสมบัติพิเศษ คือเส้นเหนียวนุ่ม เมื่อนำไปผัดเส้นจะไม่ขาด ทำให้ผู้ที่ได้รับประทานติดใจในความเหนียวนุ่มของเส้นหมี่ หมี่เบตงมี 2 ชนิด คือ หมี่สีเหลืองเหมือนหมี่ทั่วไป ที่จะต้องนำไปนึ่งให้สุกแล้วนำมาจับเป็นก้อน เอาไปผึ่งแดดแล้วบรรจุลงถุง ส่วนหมี่ซั่วนั้นมีเส้นสีขาว ซึ่งต่างกันที่หมี่ซั่วนั้นไม่ต้องนึ่ง แต่นำไปตากแดดแทน ส่วนซีอิ๊วเบตง ซีอิ๊วที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนั้น ก็มีกรรมวิธีในการทำสลับซับซ้อน และใช้เวลานานทีเดียว โดยกว่าจะได้ซีอิ๊วน้ำหนึ่งก็ต้องหมักประมาณ 3 เดือน และถ้าต้องการซีอิ๊วน้ำสองก็ต้องใส่น้ำเกลือหมักต่ออีกอย่างน้อย 15 วัน แต่ถ้าต้องการซีอิ๊วดำต้องหมักทิ้งไว้ถึง 6 เดือน แล้วนำน้ำซีอิ๊วที่ได้ไปต้มจนเดือด จะทำให้น้ำซีอิ๊วเปลี่ยนเป็นสีดำเองโดยธรรมชาติ ข้อมูล http://th.wikipedia.org

เคาหยก เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของเบตง ทำจากเนื้อหมูกับเผือก มีวิธีการปรุงที่พิถีพิถันสลับซับซ้อน โดยจะเริ่มจากการนำเนื้อหมู 3 ชั้นมาต้มให้สุก จากนั้นจึงนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำในรังนึ่ง และใช้ช้อนส้อมจิ้มที่หนังหมูเพื่อให้น้ำมันไหลออกมา ทิ้งไว้สักพัก แล้วนำเกลือมาคลุกให้ทั่ว หลังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันที่เดือดปานกลาง จนสังเกตว่าหนังหมูเริ่มพอง แล้วจึงนำขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน และต่อด้วยการต้มอีกครั้ง เมื่อนำขึ้นจากหม้อต้มให้นำมาผ่านความเย็นทันที เพื่อเพิ่มความกรอบ จากนั้นนำมาหันเป็นชิ้นเล็ก ๆ หมักกับเครื่องยาจีน เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้ร่างกาย แล้วนำมาจัดวางสลับกับเผือกทอด แต่ก่อนที่จะรับประทานต้องนำไปนึ่งอีกครั้ง แล้วจีงโรยหน้าด้วยผักชี เพื่อดับกลิ่นคาว ข้อมูล http://th.wikipedia.org